ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ข่าวจาก facebook

คณะอนุกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่เกาะสมุย เข้าตรวจสอบกรณีนอมินีต่างชาติก่อสร้างวิลล่าบนภูเขา ฝ่าฝืนประกาศห้ามตาม พรบ.ควบคุมอาคารของเจ้าพนักงานท้องถิ่นฯ และระเบียบ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง

8 พฤษภาคม 2569
ภาพกิจกรรมจาก Facebook
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สี่ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจและการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ พร้อมด้วย นายนิคม มากรุ่งแจ้ง รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ห้า นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ลงพื้นที่เกาะสมุย เข้าตรวจสอบกรณีนอมินีต่างชาติก่อสร้างวิลล่าบนภูเขา ฝ่าฝืนประกาศห้ามตาม พรบ.ควบคุมอาคารของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเกาะสมุย และระเบียบ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายประเสริฐ รัตนวิชา ปลัดเทศบาลนครเกาะสมุย นายอิทธิพล มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักช่าง นายปิยวิทย์ จันทร์ประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมการก่อสร้างอาคารและผังเมือง นายประกิจ แก้วประเสริฐ หัวหน้าฝ่ายควบคุมอาคาร และ ร.ต.อ.โสภณ มากสุวรรณ์ สวป.สภ.เกาะสมุย อำนวยความสะดวกและนำคณะเข้าตรวจสอบอาคารที่ก่อสร้างฝ่าฝืนคำสั่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศบาลนครเกาะสมุย ภายใต้การศึกษายกฐานะเทศบาลนครเกาะสมุยเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ มหานครเกาะสมุย เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เบ็ดเสร็จ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการลงพื้นที่ คณะอนุกรรมาธิการฯ พบประเด็นปัญหาและข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. การฝ่าฝืนคำสั่งตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 พบว่าผู้ก่อสร้างได้ฉีกประกาศคำสั่งห้ามก่อสร้างและให้รื้อถอนอาคารทิ้งและยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อเนื่อง ในขณะที่คณะลงพื้นที่ตรวจสอบ ทั้งที่พ้นระยะเวลาการอุทธรณ์คำสั่งและอยู่ในห้วงเวลาที่ต้องระงับการก่อสร้างตามกฎหมายแล้ว 2. จากการตรวจสอบพบว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างและคนงานก่อสร้างเป็นคนต่างด้าวซึ่งผิดกฏหมาย และดำเนินการก่อสร้างอยู่ขณะที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ 3. โครงการดังกล่าวจดทะเบียนบริษัท โดยมีคนไทยถือหุ้นร้อยละ 51 ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วคนไทยเหล่านั้นไม่มีตัวตนอยู่จริงในพื้นที่ 4. ตรวจสอบพบการลงนามในเอกสารควบคุมงาน แต่มิได้เข้าปฏิบัติหน้าที่จริงในพื้นที่ ทั้งนี้ เทศบาลได้รายงานไปยังสภาวิศวกรและสภาสถาปนิกแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า 5. ที่ดินที่มีการก่อสร้างเป็นที่ดินที่มีโฉนด โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิดังกล่าว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะลาดชันในระดับสูง ซึ่งอาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้รับแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีปัญหาการก่อสร้างในพื้นที่ที่ฝ่าฝืนกฏหมายลักษณะเดียวกันกว่า 320 แห่ง ซึ่งเกินขีดความสามารถของเทศบาลที่จะแก้ไขโดยลำพัง เนื่องจากเป็นปัญหาที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของหลายหน่วยงาน จำเป็นต้องให้หน่วยงานระดับนโยบายรับทราบและบูรณาการการแก้ไขปัญหาก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามและส่งผลกระทบต่อส่วนรวมและประเทศชาติอย่างร้ายแรง คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงได้ให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะดังนี้ 1.ให้เทศบาลนครเกาะสมุย แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ พร้อมทั้งรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ 2.คณะอนุกรรมาธิการฯ รับเรื่องไปรายงานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงและร่วมแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย ต่อไป SMART & SUSTAINABLE ISLAND A LIVABLE SAMUI FOR ALL พัฒนาอย่างสมาร์ท เติบโตอย่างยั่งยืน สมุยน่าอยู่ของทุกคน
ข่าวจาก facebook อื่นๆ